การจัดการข้อมูลในเมนู Lead (Leads)

Lead คือ ผู้ที่สนใจในสินค้า บริการ หรือกิจกรรมที่เรานำเสนอ โดยมีข้อมูลต่าง ๆ ที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ-นามสกุล อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ ซึ่งหากมีการติดต่อพูดคุยกับ Lead แล้ว มีแนวโน้มจะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจริง ก็สามารถขึ้นทะเบียน (Register) เพื่อเก็บเป็นข้อมูลบัญชีลูกค้าได้ต่อไปค่ะ

โดยในระบบ R-CRM จะแสดงผล Inbox ซึ่งเป็นหน้าหลักที่รวมข้อมูล Leads ที่มีอยู่ พร้อมแสดงสถานะ และเครื่องมือสำหรับจัดการข้อมูล Leads ดังนี้

1. สร้าง Lead ใหม่ (Add New Lead)

ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มข้อมูล Lead ได้ ด้วยการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม เพื่อเพิ่ม Lead เองทีละรายการ
- การสร้าง Lead ใหม่ (Add New Lead) มีข้อมูลที่จำเป็นต้องกรอก คือ ชื่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล และแหล่งที่มาของ Lead รายการนี้
- การเลือกจากบัญชีลูกค้าที่มีอยู่ (Select an existing account) สามารถค้นหาข้อมูลด้วยชื่อบัญชีลูกค้าหรืออีเมล


2. จัดการข้อมูล Lead ในกล่อง Inbox

การแสดงข้อมูล Lead ที่เข้ามาในระบบแล้ว ผู้ดูแลระบบ หรือ ผู้ใช้งาน สามารถ เข้ามาจัดการข้อมูลและติดตาม lead ได้


3. การใส่ข้อมูลการติดตามในหน้า ข้อมูลของ Lead

ผู้ใช้งานทำการติดต่อ Lead แต่ละรายการ สามารถลงบันทึกข้อมูลการติดต่อได้


4. กล่อง “เลิกติดตาม” (Lost) และ “ข้อมูลไม่ถูกต้อง” (Junk)

- กล่อง เลิกติดตาม (Lost) กรณีที่ผู้ใช้งานติดต่อ Leads แล้ว ไม่มีแนวโน้มหรือมีความเป็นไปได้น้อยที่ Lead จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการ และอาจไม่ต้องการติดต่อ Lead รายนี้เพื่อปิดการขายอีกต่อไป ผู้ใช้งานสามารถลงประวัติและย้ายรายการ Lead นั้น ๆ มายังกล่อง “เลิกติดตาม” ได้
- กล่อง ข้อมูลไม่ถูกต้อง (Junk) กรณีที่ไม่สามารถติดต่อกลับไปยังข้อมูล Leads ได้ เนื่องจากข้อมูลติดต่อกลับไม่ถูกต้อง ผู้ใช้งานสามารถลงประวัติและย้ายรายการ Lead นั้น ๆ มายังกล่อง “ข้อมูลไม่ถูกต้อง” ได้


5. กล่อง “ส่งต่อ Lead” (Sent)

กรณีที่มีรายการ Lead ที่มีผู้ใช้งานคนอื่นเป็นผู้ดูแลหรือประสานงานติดต่อลูกค้า ผู้ใช้งานสามารถส่ง Lead ไปที่ Inbox ของผู้ดูแลคนนั้น ๆ ได้


6. การใช้งานเมนู "ปฏิทินของฉัน" (My Calendar)

เป็นส่วนที่บันทึกและแสดงผลรายการ Leads ที่มีการตั้งเวลาแจ้งเตือนการติดต่อไว้


7. เมนู ป้ายกำกับ (Labels)

เป็นเครื่องมือสำหรับจัดระเบียบกลุ่ม Lead ใน Inbox เพื่อความสะดวกในการดูข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งเปรียบเทียบการทำงานของป้ายกำกับ เหมือนกับ “โฟลเดอร์” ในคอมพิวเตอร์นั่นเองค่ะ